แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลักภาษาอังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลักภาษาอังกฤษ แสดงบทความทั้งหมด

วิธีใช้คำว่า concern with กับ concern about

concern with แปลว่า 1.เกี่ยวข้องกับ 2.พัวพันกับ 3.วุ่นอยู่กับ
เราสามารถใช้คำว่า concern in แทนได้ค่ะ

ส่วนคำว่า…

concern about แปลว่า 1.สนใจเกี่ยวกับ 2. พุ่งความสนใจไปที่
และมีคำความหมายเช่นเดียวกันกับคำว่า concern over

ลองมาดูตัวอย่างการใช้ในประโยคกับสถานการณ์ข่าวเร็วนี้ดู

เมื่อประเทศอิร่านประกาศที่จะทดลองการส่งจรวดเพื่อนำดาวเทียมขึ้นวงโคจร ทางประเทศอเมริกาจึงเกิดความกังวลและไม่พอใจมาก Headline ของข่าวที่เราจะพบคือ
Iran sparks US concern with satellite rocket launch.
แปลว่าการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการส่งจรวดของประเทศอิร่านทำให้(เจ้าหน้าที่)ประเทศอเมริกาลุกเป็นไฟ


หากเราต้องการใช้คำว่า concern about ก็จะได้ประโยคดังนี้

Now, the US is concerning about Iran’s rocket launch.
ประเทศอเมริกากำลังพุ่งความสนใจไปที่การทดสอบส่งจรวดของอิร่าน





เครดิต ดร.สิระ สุทธิีคำ

วิธีใช้ period หรือ full stop

period หรือ full stop สำหรับ บางคนอาจจะเรียกว่า stop, full point หรือ dot ก็ได้ ในขณะที่คำว่า period นั้นจะเป็นคำที่นิยมใช้ในประเทศสหรัฐ ในขณะที่ในประเทศอังกฤษคำว่า full stop ดังนั้นวันนี้เราจะมาคุยถึงหน้าที่ของเจ้า period 

หน้าที่ของ period
เราสามารถแบ่งหน้าที่ของการใช้ period ได้เป็น 3 ลักษณะดังนี้คือ
1. ใช้เมื่อจบประโยค เช่น
Yesterday, I wrote a letter to a friend.
2. เพื่อระบุว่าเป็นอักษรย่อ เช่น
In the U.K., people work (from) Mon. to Fri.
3. วัตถุประสงค์อื่น เช่น
Results show a 4.5% increase.




ข้อ 1 : Ask not what your country can do for you – but what you can do for your country?
ประโยคข้างต้นนั้นไม่ถูกต้อง เพราะเราไม่ควรใช้เครื่องหมายคำถามในขณะที่ต้องใช้ “.”แทน เนื่องจากประโยคดังกล่าวมิใช่คำถามแต่เป็นคำนาม จึงต้องใช้จุดมาเพื่อจบประโยค
ข้อ 2 : When the new recruit heard that he was accepted to the marines, he was very disappointed. (He had originally hoped to serve in the navy.)
ประโยค ที่หนึ่งเป็นประโยคที่สมบรูณ์แล้วจ่อท้ายด้วย “.” ก็ถูกต้องแล้ว สำหรับประโยคที่สองซึ่งเป็นความคิดต่อเนื่องที่เราเรียกในภาษาอังกฤษว่า “after thought” ต้องเริ่มด้วยวงเล็บแล้วตามด้วยอักษรตัวใหญ่ จากนั้นก็จบประโยคด้วย “.” ภายในวงเล็บ
ข้อ 3 : When the new recruit heard that he was recruited to the marines (He had originally hoped to serve in the navy.), he was very disappointed.
พิจารณาให้ดีก็จะเห็นประโยคนี้แตกต่างจะตัวอย่างที่ให้มาก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ทั้งการใช้ตัวเอชที่เป็นตัวใหญ่ในคำว่า “He” และมี period หลังคำว่า “navy” นั้นทำให้ประโยคไม่ถูกต้อง หากต้องการแก้ประโยคดังกล่าวให้ถูกต้องต้องทำให้ตัวเอชเป็นตัวเล็กและไม่มี “.” ในประโยคที่อยู่ระหว่างวงเล็บ
ข้อ 4 : “You will be recruited to the Marines.” said the recruitment officer.
การวางพีเรียดไว้หลังคำว่า “Marines” ทำให้ประโยคนี้จบไปเลย เราจึงไม่สามารถมีคำว่า said the recruitment officer ดังนั้นต้องเปลี่ยน “.” เป็น “,”
ข้อ 5 : After a career in the army, she went on to work for Time Warner Inc.
ประโยคนี้ถูกต้องไม่ต้องมี “.” อีกอันหลังคำว่า “Inc.” ที่เป็นตัวย่อเมื่อทำการจบประโยค





เครดิต ดร.สิระ สุทธิคำ

วิธีใช้ comma

หน้าที่ของ comma
เครื่อง หมาย comma เป็นเครื่องหมายที่ใช้ในการแบ่งใจความของประโยคหากแต่ใจความของประโยคทั้งสองส่วนยังมีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งจะต่างกับการใช้เครื่องหมาย period หรือ full stop ที่
จะทำการแยกใจความทั้งสองอย่างเด็ดขาด หน้าหลักของ comma มีด้วยกัน 5 ประการคือ
แยกใจความของประโยคออกจากกัน
แยกส่วนขยายหรือข้อความที่สามารถละได้ออกจากประโยค
แยกของที่อยู่ใน series ออกจากกัน
แยก quote จากส่วนอื่นของประโยค
อื่นๆ




แยกใจความของประโยคออกจากกัน



The students completed their math test on Monday, and the teachers handed in the grades on Thursday.
comma ใช้แยก independent clause สองส่วนออกจากกันและวาง comma ไว้ข้างหน้า conjunction “and” ในบางครั้งเราอาจจะเห็นผู้เขียนไม่ใช้ comma ในตำแหน่งดัง
กล่าวโดยเฉพาะเมื่อประโยคทั้งสองเป็นประโยคที่สั้นก็สามารถอนุโลมให้ทำได้



แยกส่วนขยายหรือข้อความที่สามารถละได้ออกจากประโยค



Last week’s test says my best friend was the hardest ever.
ประโยคดังกล่าวหากปราศจาก comma แล้วจะมีความหมายว่าข้อสอบในสัปดาห์ก่อนป่าวประกาศว่าเพื่อนสนิทที่สุดของฉันเป็นคนที่แข็งหรือยากที่สุด ถึงแม้ประโยคดังกล่าวจะถูกต้องตามหลักไวยกรณ์ หากแต่ความหมายมันพิกล ดังนั้นเราควรว่า comma ในส่วนขอข้อความขยายเพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจเรื่องราวที่เราต้องการสื่อสารว่าข้อสอบเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นข้อสอบที่ยากที่สุดและเขียนประโยคใหม่ดังนี้ Last week’s test, says my best friend, was the hardest ever.
สำหรับการแยกใจความที่ละประโยค (parenthetical element) นี้เรายังสามารถทำได้อีกถึง 3 วิธีหากแต่จะมีความหมายแตกต่างกันเล็กน้อยดังนี้คือ
1. Dan Smith (usually the top student in the class) got the highest results.
[ใช้เครื่องหมายวงเล็บแสดงให้เห็นถึงว่าการเป็นนักเรียนเก่งของ Dan มีความน้อยมากสามารถอ่านข้ามได้เลย!]
2. Dan Smith ,usually the top student in the class, got the highest results.
[การใช้ comma แสดงในเห็นว่าการเป็นนักเรียนดีของ Dan มีความเกี่ยวข้องกับประโยคหากแต่ไม่สำคัญที่สุด]
3. Dan Smith ― usually the top student in the class ― got the highest results.
[การใช้ dash หรือขีดกลางแสดงให้ว่าใจความระหว่างขีดข้างต้นมีความสำคัญมาก]




แยกของที่อยู่ใน series ออกจากกัน



Dan’s lifelong project is to be able to speak American English French German and Mandarin Chinese.
ประโยคดังกล่าวใช้เครื่องหมายวรรคตอนไม่ถูกต้อง นี้คือตัวอย่างของประโยคที่มี series เราควรใช้ comma หลังคำว่า English, French, German, and Mandarin Chinese (ข้อสังเกต เราไม่ควรวาง comman หลังคำว่า American ในที่นี้เพราะจะทำให้ American เป็นเสมือนอีก 1 ภาษาขึ้นมาในขณะที่เราต้องการจะสื่อสารเพียงว่าเป็นภาษา American English)



แยก quote จากส่วนอื่นของประโยค

เราจะวางเครื่องหมาย comma ไว้ก่อนหน้า quote และนอกเครื่องหมาย quotation mark ดังตัวอย่าง (โปรดสังเกตว่าเราใช้อักษรตัวใหญ่กับคำว่า We ใน quote)
The singer Madonna said, “We are living in a material world.”
และเราจะวางเครื่องหมาย comma ไว้ภายใน quotation mark เมื่อ clause ตามหลัง ดังตัวอย่าง
“We are living in a material world,” said the singer Madonna.


อื่นๆ



ใช้กับวันที่ เช่น December 30, 2008
ใช้ในการแยกตัวเลขหลักพัน เช่น 87,950 people
ตำแหน่งหรือสถานะทางการศึกษา เช่น Dan Smith, MD, will speak after Rosanne Smith, Ph.D.
คำพูดเปิดในจดหมายอย่างไม่เป็นทางการ เช่น Dear Dave,
คำพูดลงท้ายในจดหมาย เช่น Yours, หรือ Love, [ไม่เป็นทางการ] ; Best regards, [เป็นทางการ]




เครดิต ดร.สิระ สุทธิีคำ

วิธีใช้คำว่า “so”

คำว่า “so” สามารถใช้เป็นได้ทั้ง adv. และ conj

หาก so เป็น adv จะแปลว่า “ดังนั้น”, “เช่นนั้น”, “เช่นนี้”, และ “เต็มที่”
ตัวอย่างเช่น
This tastes so good!
แปลว่า “อันนี้มันรสชาติอร่อยเหาะเลยวะ” so ทำหน้าที่เป็น adv ขยาย adj คำว่า “good” จึงทำให้รสชาติมันอร่อยแบบเต็มที่ 

หาก so เป็น conj. หรือตัวเชื่อมประโยคจะแปลว่า “ซะจนกระทั่ง”, “ดังนั้น” หรือ “เพื่อว่า” หากเทียบเป็นคำภาษาอังกฤษจะมีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า “therefore” หากแต่ therefore จะเป็น transition ในขณะที่ so เป็น conj
ตัวอย่างเช่น
He was tired, so he went directly to bed.
เค้าเหนื่อยซะจนกระทั่งเค้าเข้านอนเลย (ไม่ยอมแปรงฟันด้วยหรือเปล่านะ 555) เราสามารถใช้คำว่า therefore แทนได้เลยและสามารถเขียนประโยคได้ดังนี้ “He was tired. Therefore, he went directly to bed.” หรือ “He was tired; therefore, he went directly to bed.” ก็ได้ทั้งสองประโยค


อ่านถึงจุดนี้แล้วคงได้ idea ว่า so หมายถึงอะไรและสามารถใช้งานได้อย่างไรแล้วนะ ขอยกตัวอย่างคำหรือสำนวนที่ใช้กับคำว่า so เพื่อนำไปศึกษาต่อ รวมทั้งหาโอกาสใช้งานในอนาคตนะคะ

so bad one can taste it = แย่มาก
so far = จนถึงทุกวันนี้, จนกระทั่งปัจจุบัน, จนเดี๋ยวนี้
so long = ลาก่อน, คำกล่าวอำลา – เป็นหนึ่งในเพลง Hit จากเรื่อง The Sound of Music
so much = อย่างมาก
so quiet you could hear a pin drop = เงียบมาก
so to speak = จะว่าไปแล้ว, จะพูดเช่นนั้นก้ได้, จะให้เป็นเช่นนั้นก็ได้



เครดิต ดร.สิระ สุทธิีคำ